24/10/56

ข้อมูลกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี



สามารถหาข้อมูลได้จาก ลิงก์ที่น่าสนใจดังนี้







กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี(ข้อมูลกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี)
http://www.cdd.go.th/intro/index.htm(กรมการพัฒนาชุมชน)
กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง (ข้อมูลกองทุนหมู่บ้าน)

15/10/56

บุคลากรผู้ปฏิบัติงาน


ธรรมเนียบบุคลากรสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอปลายพระยา ข้อมูลเมื่อ ตุลาคม 2556




นายรัชพล สารดิษฐ์
พัฒนาการอำเภอปลายพระยา
สังกัดสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอปลายพระยา




นายชวลิต ปุณณกิตติสกุล
ตำแหน่งนักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ ผู้ช่วยพัฒนาการอำเภอ
สังกัดสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอปลายพระยา






นางสาวอุบลรัตน์ ชูช่วย
ตำแหน่งนักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ
(พัฒนากรรับผิดชอบตำบลคีรีวง)
สังกัดสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอปลายพระยา

คติในการทำงานและการดำเนินชึวิต
“ทำหน้าที่ให้ดีที่สุด อยู่บนพื้นฐานความถูกต้อง"





นางสาวชนิตสิรี พรหมรักษา
ตำแหน่งพนักงานบัญชี กทบ.

คติในการทำงานและการดำเนินชึวิต
“ทำหน้าที่วันนี้ให้ดีที่สุด”



นางสาวนาดา ไสยพร
ตำแหน่ง อาสาพัฒนา (อสพ.)รุ่นที่ 66
สังกัดกรมการพัฒนาชุมชน
คติในการทำงาน
ทุกชีวิต ลิขิตได้ ด้วยเจ้าของชีวิต

14/10/56

ผลิตภัณฑ์สินค้า OTOP ของอำเภอปลายพระยา จังหวัดกระบี่


จากความร่วมมือ.....สู่ความร่วมใจ

นำมาสู่ความภาคภูมิใจ..ในที่สุด

ดอกไม้ประดิษฐ์แนวคิดจากภูมิปัญญา
ผลผลิตจากความสามัคคี
จากความร่วมมือ สู่ความร่วมใจ นำมาซึ่งความภาคภูมิใจ ในที่สุด
กลุ่มข้าวซ้อมมือ ผลิตโดยสภาสตรี บ้านคลองปัญญา
175 ม.6 ต.เขาเขน อ.ปลายพระยา จ.กระบี่
ติดต่อ คุณทองเด็จ แย้มมะลิ
โทร : 089-292-4812

10/11/53

ถ้ำปราสาทนาฬาคิริง

ถ้ำปราสาทนาฬาคิริง มหัศจรรย์ธรรมชาติ

หินงอกที่จินตนาการรูปร่างว่าเป็นเพนียด

ธรรมชาติเป็นผู้สร้างสรรค์สิ่งสวยงามขึ้นมาประดับโลกไว้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นหาดทรายขาวใสกับน้ำทะเลสีฟ้าสด น้ำตกสูงอลังการ หน้าผาสูงใหญ่ตั้งตระหง่าน ดูแล้วทำให้มนุษย์เรารู้สึกว่าธรรมชาตินั้นยิ่งใหญ่เสียเหลือเกิน ในบ้านเราก็มีสิ่งสวยงามด้วยฝีมือของธรรมชาติอยู่มากมายที่กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว อย่างในวันนี้ที่ “ตะลอนเที่ยว” ได้มาที่จังหวัดกระบี่ มาชมความงดงามจากการสรรค์สร้างของธรรมชาติอิกชิ้นหนึ่ง ไม่ใช่ทะเลอย่างที่หลายๆคนมักนึกถึง แต่กลับเป็น “ถ้ำ” เพราะสภาพพื้นที่ที่เป็นภูเขาหินปูน จึงก่อให้เกิดภูมิประเทศเป็นหน้าผาสูงและโพรงถ้ำหลายแห่ง และภายในถ้ำก็มีหินงอกหินย้อยตระการตา


หินงอกหินย้อยตระการตาในถ้ำปราสาทนาฬาคิริง

แต่ถ้ำที่มีความงดงามไม่แพ้ถ้ำไหนๆ ในจังหวัดกระบี่ หรือแม้แต่ถ้ำอื่นๆทั่วประเทศไทย ก็ต้องยกให้กับ “ถ้ำปราสาทนาฬาคิริง” ที่ตั้งอยู่ในบริเวณวัดถ้ำปราสาทนาฬาคิริง อำเภอปลายพระยา ห่างจากตัวเมืองกระบี่ไปประมาณ 70 กิโลเมตร ชื่อ “นาฬาคิริง” อาจฟังดูไม่คุ้นหู แต่สำหรับผู้ที่สวดมนต์บทพาหุงเป็นประจำอาจจะทราบความหมาย เพราะในบทหนึ่งของบทสวดพาหุงมีอยู่ว่า “นาฬาคิริง คะชะวะรัง อะติมัตตะภูตัง...ฯลฯ” ซึ่งแปลความออกมาเป็นภาษาไทยได้ว่า “พญาช้างนาฬาคิรีตกมันหนักดุร้ายเหลือ แล่นเข้ามาราวกับไฟไหม้ป่า ดุจจักราวุธ เหมือนฟ้าผ่า พระจอมมุนีทรงชนะด้วยน้ำพระเมตตา ด้วยพระเดชนั้น ขอชัยมงคลจงมีแก่ข้าพเจ้า

หินที่มีลักษณะคล้ายช้างเผือกทรงเครื่อง ที่มาของชื่อถ้ำ

อธิบายให้ละเอียดลงไปอีกนิดก็คือ ช้างนาฬาคิรีเชือกนี้เป็นช้างที่พระเทวทัตสั่งให้มาทำร้ายพระพุทธเจ้า แต่พระพุทธองค์ก็ได้ใช้ฤทธานุภาพแห่งความเมตตาในการหยุดช้างนาฬาคิรีให้สงบลงได้ เรื่องราวความเป็นมาเหล่านี้ “ตะลอนเที่ยว” ได้ฟังมาจาก “หลวงพ่อขจิต กมโล” เจ้าอาวาสวัดถ้ำปราสาทนาฬาคิริง และยังเป็นผู้ค้นพบถ้ำ เป็นผู้นำนักท่องเที่ยวเข้าชมถ้ำ และยังเป็นผู้ดูแลถ้ำให้คงสภาพเป็นธรรมชาติอันงดงามไม่ถูกทำลายไปอีกด้วย

หินย้อยดูบอบบาง แต่ยังคงมีการเจริญเติบโตเรื่อยๆ

นอกจากชื่อของถ้ำจะมีที่มาน่าสนใจแล้ว เรื่องราวการค้นพบถ้ำก็ยังเป็นเรื่องที่น่าสนใจด้วยเช่นกัน โดยเมื่อปี พ.ศ.2529 หลวงพ่อขจิตซึ่งโดยพื้นเพเป็นคนจังหวัดสงขลา แต่ได้ไปจำพรรษาอยู่ที่ถ้ำวัว จังหวัดแม่ฮ่องสอนนั้น ได้นิมิตเห็นชายตัวดำรูปร่างสูงใหญ่ นุ่งผ้าขาวโจงกระเบนไม่ใส่เสื้อ สะพายย่ามมือถือเทียนมาชวนหลวงพ่อให้ไปดูถ้ำแห่งหนึ่ง ชายคนนั้นพูดอะไรมากมายหลายอย่าง พร้อมกับให้หลวงพ่อไปอยู่ในถ้ำนั้น ทีแรกหลวงพ่อปฏิเสธ แต่ชายคนนั้นก็พยายามชักจูงพร้อมอธิบายต่างๆนานา จนในที่สุดหลวงพ่อต้องยอมรับตามที่นิมิต ชายคนนั้นจึงพาหลวงพ่อออกจากถ้ำ หลังจากนั้นหลวงพ่อขจิตก็ได้สืบหาถ้ำตามที่นิมิตอยู่หลายแห่ง จนกระทั่งใน พ.ศ.2533 เมื่อหลวงพ่อได้รับนิมนต์มาเป็นเจ้าสำนักสงฆ์แห่งหนึ่งในอำเภอปลายพระยา จังหวัดกระบี่ และมีชาวบ้านมานิมนต์ไปในงานบุญเดือนสิบ หลวงพ่อจึงสอบถามกับชาวบ้านว่าในละแวกบ้านมีวัดมีถ้ำบ้างหรือไม่ เมื่อชาวบ้านบอกว่ามีถ้ำ แต่เป็นป่ารกทึบไม่มีใครกล้าเข้าไป หลวงพ่อจึงไปดูถ้ำดังกล่าว และพบว่าเป็นถ้ำที่เหมือนเคยพบมาก่อนตามนิมิต


ความงดงามของหินงอกหินย้อยที่ธรรมชาติสร้างสรรค์ขึ้น

หลังจากนั้นหลวงพ่อจึงได้สำรวจถ้ำ และได้ตั้งชื่อถ้ำแห่งนี้ว่า “ถ้ำปราสาทนาฬาคิริง” โดยถือเอานิมิตก้อนหินในถ้ำซึ่งเป็นรูปคล้ายหัวช้างเผือกทรงเครื่องขนาดใหญ่ และได้มีการพัฒนาพื้นที่บริเวณถ้ำ จัดทำทางทางเดิน ติดหลอดไฟให้ความสว่าง ต่อมาจึงเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวโดยหลวงพ่อขจิตเป็นคนนำชมเอง หรือบางครั้งก็ให้ลูกศิษย์เป็นผู้นำชม อีกทั้งไม่คิดค่าเข้าชม เพียงแต่ช่วยกันบริจาคตามศรัทธา วนอยู่รอบปากถ้ำกันนานแล้ว คราวนี้เราเข้าไปเยี่ยมชมด้านในถ้ำพร้อมกับหลวงพ่อขจิต และ “ตะลอนเที่ยว” กันเลยดีกว่า ก่อนเข้าถ้ำหลวงพ่อชี้ให้ดูชะง่อนหินหน้าปากถ้ำที่ดูแล้วมีลักษณะคล้ายหัวช้าง อีกทั้งยังได้เล่าให้ฟังคร่าวๆ ถึงภายในโพรงถ้ำว่ามีลักษณะเป็นรูปตัวยู (U) เดินเข้าทางหนึ่งเดินออกอีกทางหนึ่ง และมีอากาศถ่ายเท ทำให้ภายในถ้ำเย็นสบายไม่เหม็นอับ ส่วนความงดงามของหินงอกหินย้อยภายในถ้ำนั้นหลวงพ่อให้เข้าไปชมกันด้วยตาของตัวเอง แต่รับรองว่าต้องตะลึงเลยทีเดียว

หินย้อยรูปร่างเหมือนเท้าช้าง

เมื่อ “ตะลอนเที่ยว” ก้าวเท้าเข้าไปภายในก็เริ่มเห็นความงดงามอย่างที่หลวงพ่อขจิตบอกไว้ไม่ผิดเพี้ยน หินงอกหินย้อยอันสมบูรณ์สะท้อนกับแสงไฟส่องให้เห็นไปทั่วทั้งโพรงถ้ำ บางอันมีประกายระยิบระยับคล้ายกากเพชรดูงดงามตระการตา หลวงพ่อชี้ให้ดูหินงอกก้อนใหญ่ที่เรียกว่าเพนียด และไม่ไกลกันนักมีหินย้อยรูปทรงคล้ายหัวช้างเผือกทรงเครื่องอันเป็นที่มาของชื่อถ้ำนาฬาคิริง ยิ่งเดินลึกเข้าไปก็ยิ่งเห็นความอลังการของหินงอกหินย้อย ที่บางอันยังมีน้ำหยดลงเรื่อยๆ แสดงว่ายังเป็น “หินเป็น” ที่ยังมีโอกาสงอกขึ้นได้อีกเรื่อยๆ เพราะฉะนั้นหลวงพ่อจึงคอยเตือนเป็นระยะๆ ให้เราคอยระวังหัว หรือระวังแขนขาไม่ให้ไปสัมผัสโดนหินเหล่านั้น มิฉะนั้นจากหินเป็นจะกลายเป็น “หินตาย” หมดโอกาสงอกสร้างความงามให้เราชมกันอีกต่อไป

หน้าปากทางเข้าถ้ำมีหินรูปร่างคล้ายหัวช้าง

หลังจากเดินก้มๆเงยๆ ลัดเลาะบรรดาหินงอกหินย้อยลึกเข้ามาด้านใน หลวงพ่อก็ชี้ให้มองไปข้างหน้า และบอกให้ชมภาพที่ทำให้ต้องเรียกถ้ำแห่งนี้ว่าเป็นปราสาท เพราะภาพที่ “ตะลอนเที่ยว” เห็นนั้น ก็คือหินย้อยที่เหมือนจะหยาดลงจากเพดานถ้ำเป็นบริเวณกว้าง ส่วนพื้นถ้ำก็มีหินงอกที่บางอันก็งอกยาวชนกับหินย้อยด้านบน บางอันก็กำลังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ มองดูแล้วคล้ายกับวิมานปราสาทอันงดงามจริงๆ ยังมีรายละเอียดเล็กๆน้อยที่หลวงพ่อชี้ชวนให้ชมอีกมาก เช่น หินย้อยอันใหญ่ที่มีลักษณะคล้ายกับเท้าช้าง ลวดลายบนหินที่มองแล้วคล้ายใบหน้าของช้าง หินงอกหินย้อยที่งอกออกมามีลักษณะคล้ายปะการังใต้ท้องทะเล บางอันก็ดูบอบบางคล้ายจะหักได้ทุกวินาที นอกจากนั้นก็ยังมีโครงกระดูกของมนุษย์ซึ่งคาดว่าจะเป็นฤาษีที่เข้ามาบำเพ็ญพรตภายในถ้ำ และร่องรอยเหมือนเขม่าไฟบนก้อนหินแสดงถึงว่ามีคนเคยเข้ามาอยู่อาศัยภายในถ้ำนี้ รวมไปถึงชี้ให้สังเกตดูใยหนอนไหมเรืองแสงที่ถักทอเส้นใยบางๆ เกาะอยู่ตามหินอีกด้วย ใช้เวลาประมาณ 40 นาทีกับเส้นทางเดินภายในถ้ำนาฬาคิริง ทำให้ “ตะลอนเที่ยว” เพลิดเพลินจนเมื่อเดินมาพบกับแสงสว่างภายนอกถ้ำที่สาดส่องเข้ามา ก็ทำให้พบว่าเดินมาถึงทางออกโดยไม่รู้ตัว


หลวงพ่อขจิต กมโล เจ้าอาวาสวัดถ้ำปราสาทนาฬาคิริง

หากนักท่องเที่ยวมาเที่ยวที่ถ้ำนาฬาคิริงในช่วงเดือนกันยายน การท่องเที่ยวภายในถ้ำก็จะเป็นอีกบรรยากาศหนึ่ง เพราะเป็นช่วงที่น้ำฝนจากภูเขาจะไหลลงมาท่วมถึงปากถ้ำ การเข้าไปชมก็ต้องนั่งเรือท้องแบนเข้าไปด้านใน และเดินชมความงามในถ้ำกันต่อ ความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติภายในถ้ำนาฬาคิริงแห่งนี้ยังคงอยู่ได้เนื่องจากไม่มีคนเข้าไปรบกวนมาเป็นเวลานาน อีกทั้งหลวงพ่อขจิตยังคอยดูแลรักษาเป็นอย่างดีไม่ให้นักท่องเที่ยวที่เข้าไปชมรบกวนการเจริญเติบโตของหินงอกหินย้อย แต่หากมีนักท่องเที่ยวเข้าไปมากๆ การดูแลก็อาจไม่ทั่วถึง ผู้ที่เข้าชมจึงใช้ความระมัดระวัง ใช้จิตสำนึกช่วยกันรักษาสภาพธรรมชาติอันงดงามนี้ให้อยู่ต่อไปนานๆ

ขอขอบคุณที่มา : ASTVผู้จัดการออนไลน์

3/8/53

ข้อมูลทั่วไปอำเภอปลายพระยา


อำเภอปลายพระยา
                                                                            1. ข้อมูลสภาพทั่วไปของอำเภอปลายพระยา
              1.1 ความเป็นมา
           อำเภอปลายพระยา เดิมสมัยก่อนเป็นตำบลปลายพระยา และตำบลเขาเขน ขึ้นอยู่ในเขตปกครองของอำเภอไทรขึง จังหวัดสุราษฎร์ธานี ตำบล 2 ตำบลนี้ ในสมัยนั้นเรียกว่า บ้านปากน้ำ และบ้านเขาเขน ขึ้นอยู่กับตำบลอีปัน อำเภอไทรขึง จังหวัดสุราษฎร์ธานี ต่อมาเมื่อในสมัยที่ขุนพลพระยาภิบาลเป็นกำนันตำบลอีปัน ทางราชการได้แยกบ้านปากน้ำ กับบ้านเขาเขน ตั้งเป็นตำบลปลายพระยา และตำบลเขาเขน แล้วได้ย้ายอำเภอไทรขึงไปตั้งเป็นอำเภอพระแสงปัจจุบัน ตำบล 2 ตำบลนี้ ในสมัยนั้นการคมนาคมไม่สะดวกราษฎร ไปติดต่อค้าขายและไปติดต่อกับทางราชการ จะต้องเดินทางไปโดยใช้ช้างเป็นพาหนะ หรือเดินเท้า อีกทางหนึ่งนั่งเรือแจว เรือพาย และล่องแพไปจังหวัดสุราษฎร์ธานี การเดินทางไปมาในสมัยนั้นเต็มไปด้วยความยากลำบากอย่างสาหัส ต้องใช้เวลาเดินทางหลายวัน และเสี่ยงต่อภัยอันตรายรอบด้าน
            ในสมัยต่อมา ทางราชการจึงได้เปลี่ยนแปลงเขตจังหวัด และได้โอนตำบลปลายพระยา ตำบลเขาเขน ให้ขึ้นอยู่ในเขตการปกครองของอำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2516 กระทรวงมหาดไทย ได้ประกาศแบ่งท้องที่อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ ตั้งเป็นกิ่งอำเภอปลายพระยา มีเขตปกครอง 3 ตำบล คือ ตำบลปลายพระยา ตำบลเขาเขน และตำบลเขาต่อ
เมื่อวันที่ 13 เมษายน 2520 ได้มีพระราชกฤษฎีกายกฐานะให้เป็นอำเภอปลายพระยา
วันที่ 2 กันยายน 2526 กระทรวงมหาดไทย ได้ประกาศแบ่งท้องที่ตำบลเขาเขน บางส่วน เป็นตำบลคีรีวง
ปัจจุบันอำเภอปลายพระยา ประกอบด้วย ตำบลปลายพระยา ตำบลเขาเขน ตำบลเขาต่อ และตำบลคีรีวง รวม 4 ตำบล มีหมู่บ้านจำนวน 35 หมู่บ้าน
           1.2 ที่ตั้ง
อำเภอปลายพระยา เป็นอำเภอหนึ่งในจำนวน 8 อำเภอ ของจังหวัดกระบี่ ซึ่งห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 65 กิโลเมตร ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ของจังหวัดกระบี่
           1.3 เนื้อที่
อำเภอปลายพระยา มีเนื้อที่ประมาณ 473.87 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 296,168.75 ไร่ และมีอาณาเขตติดต่อ ดังต่อไปนี้
ทิศเหนือ ติดต่อกับ อำเภอพนม อำเภอพระแสง จังหวัดสุราษฎร์ธานี
ทิศใต้ ติดต่อกับ อำเภอเขาพนม อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่
ทิศตะวันออก ติดต่อกับ อำเภอพระแสง จังหวัดสุราษฎร์ธานี และอำเภอเขาพนม จังหวัดกระบี่
ทิศตะวันตก ติดต่อกับ อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ และอำเภอทับปุด จังหวัดพังงา
            1.4 สภาพภูมิประเทศ และลักษณะภูมิอากาศ
                          1.4.1 สภาพภูมิประเทศ
สภาพภูมิประเทศของอำเภอปลายพระยา เป็นที่ราบสูง และที่ราบเนินเขา มีภูเขาน้อยใหญ่ สลับซับซ้อน อยู่เป็นจำนวนมาก
แหล่งน้ำธรรมชาติ ได้แก่
1. คลองอิปัน ต้นน้ำเกิดบริเวณเทือกเขาพนมเบญจา ในเขตอำเภอเขาพนม จังหวัดกระบี่
2. คลองลาว ต้นน้ำเกิดบริเวณเทือกเขาต่อ ในเขตตำบลเขาต่อ ไหลผ่านพื้นที่ตำบลเขาต่อ
3. คลองพันโตน ต้นน้ำเกิดบริเวณภูเขาทอง ในตำบลเขาเขน ไหลไปบรรจบกับคลองอิปัน บริเวณบ้านปากน้ำ ตำบลปลายพระยา
                         1.4.2 ลักษณะภูมิอากาศ
ลักษณะภูมิอากาศของอำเภอปลายพระยา มีฝนตกตลอดปี โดยเฉพาะฝนจะตกชุกในระหว่างเดือนมิถุนายน ถึงเดือนตุลาคม เพราะมีลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ และมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดผ่าน ดังนั้น จึงมีเพียง 2 ฤดู คือ
ฤดูฝน เริ่มตกเดือน พฤษภาคม ธันวาคม
ฤดูร้อน เริ่มตกเดือน มกราคม เมษายน
อุณหภูมิเฉลี่ย 16.9 – 37.3 องศาเซลเซียส
                    1.4.3 จำนวนประชากร
อำเภอ/ตำบล
ชาย
หญิง
รวม
ดูข้อมูลทั่วไป
ตำบลปลายพระยา
6,012
5,704
11,716
ตำบลเขาเขน
3,178
3,077
6,255
ตำบลเขาต่อ
3,594
3,635
7,229
ตำบลคีรีวง
2,772
2,760
5,532
รวม
15,556
15,176
30,732
จำนวนประชากรที่อาศัยอยู่จริง* ณ วันสำรวจ จำแนกตามช่วงอายุจากผลการจัดเก็บข้อมูลความจำเป็นพื้นฐานระดับอำเภอ (จปฐ.2) ปี 2552 ในเขตชนบท 35 หมู่บ้าน
           1.5 ทรัพยากรธรรมชาติ
เนื่องจากในพื้นที่อำเภอปลายพระยา มีฝนตกตลอดปี และมีดินอุดมสมบูรณ์มาก เคยเป็นพื้นที่ที่มีพันธุ์ไม้มีค่านานาชนิด เป็นทรัพยากรที่มีค่าของอำเภอ แต่ในปัจจุบันได้มีการบุกรุกแผ้วถางป่าเพื่อจับจองเป็นที่ดินทำกินการสัมปทานป่าไม้ เพื่อปลูกสร้างปาล์มน้ำมันของภาคเอกชนในพื้นที่ จึงทำให้พื้นที่ป่าไม้ลดจำนวนลงเป็นจำนวนมาก
             1.6 แหล่งท่องเที่ยว
แหล่งธรรมชาติที่สวยงามเป็นแหล่งท่องเที่ยวของอำเภอ ได้แก่
- ถ้ำปราสาทนาฬาคิริง ตั้งอยู่หมู่ที่ 6 ตำบลปลายพระยา เป็นถ้ำที่มีธรรมชาติสวยงาม ที่สุดในเมืองไทย
- น้ำตกบางเท่าแม่ ตั้งอยู่หมู่ที่ 3 ตำบลเขาต่อ
- ถ้ำวารีริน ตั้งอยู่หมู่ที่ 2 ตำบลคีรีวง
- ถ้ำวิมาลย์ศิลาลัย ตั้งอยู่หมู่ที่ 2 ตำบลคีรีวง
- ถ้ำรอบ ตั้งอยู่หมู่ที่ 4 ตำบลเขาเขน
- ถ้ำทะเลหอย ตั้งอยู่หมู่ที่ 10 ตำบลปลายพระยา
- น้ำตกบางหินงาม ตั้งอยู่หมู่ที่ 4 ตำบลปลายพระยา
- น้ำตกสุขสันต์ ตั้งอยู่หมู่ที่ 7 ตำบลปลายพระยา
             1.7 การปกครอง
           อำเภอปลายพระยา แบ่งการปกครองท้องที่ ออกเป็น 4 ตำบล มีหมู่บ้านจำนวน 35 หมู่บ้าน และมีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ฯลฯ ทั้งหมด 148 คน มีหมู่บ้านที่กระทรวงมหาดไทยประกาศ จัดตั้งเป็นหมู่บ้านอาสาพัฒนา และป้องกันตนเอง (อพป.) จำนวน 14 หมู่บ้าน ดังนี้
ตำบลปลายพระยา มี 13 หมู่บ้าน แยกเป็นหมู่บ้าน อพป. 4 หมู่บ้าน คือ หมู่ที่ 1, 6, 7, 10 ตำบลเขาเขน มี 6 หมู่บ้าน แยกเป็นหมู่บ้าน อพป. 3 หมู่บ้าน คือ หมู่ที่ 1, 2, 3 ตำบลเขาต่อ มี 7 หมู่บ้าน แยกเป็นหมู่บ้าน อพป. 4 หมู่บ้าน คือ หมู่ที่ 1, 4, 5, 6
ตำบลคีรีวง มี 8 หมู่บ้าน แยกเป็นหมู่บ้าน อพป. 3 หมู่บ้าน คือ หมู่ที่ 1, 3, 6
 หน่วยการปกครองท้องถิ่น ประกอบด้วยเทศบาลตำบล 1 แห่ง และองค์การบริหารส่วนตำบล 4 แห่ง ดังนี้
                    1. เทศบาลตำบลปลายพระยา
                    2. องค์การบริหารส่วนตำบลปลายพระยา
                    3. องค์การบริหารส่วนตำบลเขาเขน
                    4. องค์การบริหารส่วนตำบลเขาต่อ
                     5. องค์การบริหารส่วนตำบลคีรีวง
          2. สภาพทางเศรษฐกิจ
                         2.1 อาชีพ ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม และเชิงพาณิชกรรม โดยแบ่งออกเป็น ดังนี้
                        2.1.1 ด้านเกษตรกรรม ประชากรส่วนใหญ่ในอำเภอปลายพระยา ประกอบอาชีพด้านเกษตรกรรม ผลผลิตทางการเกษตรที่สำคัญที่ทำรายได้ให้แก่เกษตรกร ได้แก่ การทำสวนปาล์มน้ำมัน
ปาล์มน้ำมัน 119,349.75 ไร่
กาแฟ 7,070 ไร่
ทุเรียน 85,705 ไร่
มะพร้าว 1,689 ไร่
ลองกอง 84,587 ไร่
เงาะ 753 ไร่
มังคุด 84,207 ไร่
ข้าว 460 ไร่
ยางพารา 38,360 ไร่
ส้มโอ 215 ไร่
                          2.1.2 ด้านอุตสาหกรรม ในเขตรับผิดชอบของอำเภอปลายพระยา มีโรงงานอุตสาหกรรมสกัดน้ำมันปาล์ม จำนวน 2 แห่ง คือ โรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม บริษัทยูนิวานิช จำกัด (มหาชน) ตั้งอยู่หมู่ที่ 9 ตำบลปลายพระยา และโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม นิคมสหกรณ์อ่าวลึก ตำบลคีรีวง
                          2.1.3 ด้านการพาณิชยกรรม โดยส่วนใหญ่จะอยู่ในเขตชุมชน การลงทุนส่วนใหญ่เป็นไปในลักษณะร้านเล็กๆ กระจายอยู่ทั่วไปทุกตำบล
                             2.1.4 ด้านปศุสัตว์ การเลี้ยงสัตว์ในอำเภอปลายพระยา ส่วนใหญ่จะเป็นการเลี้ยงเพื่อรายได้ หรือเป็นอาหารในครอบครัว มิได้หวังจะทำการเลี้ยงเป็นรายได้หลัก หรือเป็นการค้า แต่อย่างไรก็ตามเกษตรกรในพื้นที่ เริ่มมีการตื่นตัวที่จะเลี้ยงสัตว์เป็นอาชีพเสริมมากขึ้น
อำเภอปลายพระยา มี 1 ตำบล 1 ผลิตภัณฑ์ ดังนี้
ตำบลปลายพระยา อาหารทะเลแปรรูป
ตำบลเขาต่อ เห็ดฟางจากทะลายปาล์ม
ตำบลเขาเขน ผ้าบาติก
ตำบลคีรีวง แชมพูและครีมนวดสมุนไพร ขนมต่างๆ เครื่องแกง
                   2.2 หน่วยธุรกิจในเขตอำเภอปลายพระยา
- ธนาคาร 2 แห่ง ได้แก่ ธนาคารทหารไทย จำกัด และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร จำกัด
- โรงแรม - แห่ง บังกะโล - แห่ง
- ปั๊มน้ำมัน และก๊าซ 5 แห่ง
- โรงงานอุตสาหกรรม 5 แห่ง
- โรงสีข้าวในโครงการพระราชดำริ 1 โรง ตั้งอยู่หมู่ที่ 1 ตำบลปลายพระยา
- สหกรณ์นิคม 3 แห่ง ได้แก่ สหกรณ์นิคมปากน้ำ จำกัด สหกรณ์นิคมปลายพระยา สหกรณ์นิคมอ่าวลึก
- ร้านรับซื้อของเก่า 2 ร้าน
- ลานเทปาล์มน้ำมัน 11 แห่ง
              3. สภาพทางสังคม
3.1 การศึกษา
- โรงเรียนอนุบาล 1 แห่ง (เอกชน)
- โรงเรียนประถมศึกษา 22 แห่ง
- โรงเรียนมัธยมศึกษา 1 แห่ง
- โรงเรียนมัธยม (ขยายโอกาสทางการศึกษา) 3 แห่ง
- ห้องสมุดประชาชน 1 แห่ง
- ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก 7 แห่ง
- ศูนย์การเรียนชุมชนประจำตำบล 4 แห่ง
- ที่อ่านหนังสือประจำหมู่บ้าน 18 แห่ง
3.2 สถาบันและองค์กรทางศาสนา
- วัด/สำนักสงฆ์ 19 แห่ง
- มัสยิด 1 แห่ง
3.3 สาธารณสุข
- โรงพยาบาลของรัฐ ขนาด 30 เตียง 1 แห่ง
- ศูนย์บริการสาธารณสุข 1 แห่ง
- สถานีอนามัยประจำตำบล/หมู่บ้าน 9 แห่ง
- สถานพยาบาลเอกชน 6 แห่ง
- ร้านขายยาแผนปัจจุบัน 6 แห่ง
3.4 ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน
- สถานีตำรวจ 1 แห่ง
- ที่พักสายตรวจ 5 แห่ง
                   4. การบริการพื้นฐาน
4.1 การคมนาคม ใช้เส้นทางถนนในการสัญจร ถนนสายสำคัญ ได้แก่

- ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4035 (สายอ่าวลึก-พระแสง) แยกจากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4 (ถนนเพชรเกษม)
- ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4197 (สายปลายพระยา-เขาต่)
- ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 415 (สายเขาต่อ-พนม)
- ทางหลวงแผ่นดินสายกระบี่ ขนอม
- ทางหลวงแผ่นดินสายเขาเขน บ้านทะเลหอย
- ถนนลาดยางสายบกเก้าห้อง เขาแก้ว
- ทางหลวงชนบทสายโคกแซะ บางเหลียว
- ถนนลาดยางสายหมู่บ้านตัวอย่างหินดาน
- ถนนลาดยางสายหมู่บ้านตัวอย่าง ทะเลหอย
- ถนนลาดยางสายบ้านคลองปัญญา
- ถนนลาดยางสายบ้านบางเหลียว
- ถนนลาดยางสายโคกเจียก
นอกจากถนนสายสำคัญดังกล่าว ยังมีถนนในเขตรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ เขตรับผิดชอบของนิคมสหกรณ์อ่าวลึก และเขตรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนตำบล ซึ่งถนนที่ใช้ติดต่อระหว่างตำบล หมู่บ้านต่างๆ นั้น ส่วนใหญ่เป็นถนนลูกรัง รองลงมาเป็นถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก สำหรับในเขตเทศบาลตำบลปลายพระยา มีถนนลาดยาง จำนวน 5 สาย ถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก จำนวน 27 สาย และถนนลูกรัง จำนวน 17 สาย
4.2 การโทรคมนาคม
- ที่ทำการไปรษณีย์โทรเลข จำนวน 1 แห่ง
- มีการติดต่อสื่อสารทางโทรศัพท์
4.3 การไฟฟ้า
หน่วยบริการผู้ใช้ไฟฟ้า สังกัดการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จำนวน 1 แห่ง ในเขตอำเภอปลายพระยา มีไฟฟ้าใช้ไม่ครอบคลุมทุกครัวเรือน อยู่ระหว่างดำเนินการขยายเขตไฟฟ้า เพื่อให้มีไฟฟ้าใช้ทุกครัวเรือน
4.4 แหล่งน้ำธรรมชาติ
- ลำน้ำ-ลำห้วย-คลอง 15 สาย
- บึง หนอง และอื่นๆ 20 แห่ง
4.5 แหล่งน้ำที่สร้างขึ้น
- ฝาย 43 แห่ง
- บ่อน้ำตื้น 292 แห่ง
- บ่อน้ำบาดาล 79 แห่ง
- อ่างเก็บน้ำ 1 แห่ง
- ถังเก็บน้ำ 18 ถัง
- ประปาหมู่บ้าน 13 แห่ง
- สระน้ำ 200 แห่ง

              5. ข้อมูลอื่นๆ
5.1 ทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่
เนื่องจากอำเภอปลายพระยา มีสภาพเป็นที่ราบสูงและที่ราบเนินเขา ส่วนสภาพของผิวดินส่วนใหญ่ เป็นดินร่วนและดินสีแดง มีความอุดมสมบูรณ์มาก สามารถปลูกพืชเศรษฐกิจได้ดี เช่น ปาล์มน้ำมัน ยางพารา กาแฟ และผลไม้ต่างๆ ในที่ลุ่มสภาพเป็นดินเหนียวปนทราย สามารถปลูกข้าวได้ในบางพื้นที่ มีแหล่งน้ำผิวดินที่สำคัญ คือ เขื่อนคลองหยา โครงการชลประทานขนาดเล็กตามพระราชดำริ มีป่าไม้เบญจพรรณอุดมสมบูรณ์ มีไม้ที่สำคัญหลายชนิด มีพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองพระยา มีถ้ำ น้ำตก ทุ่งเลี้ยงสัตว์ และที่สาธารณประโยชน์

5.2 มวลชนจัดตั้ง
- ชมรมพลังแผ่นดิน จำนวน 1,644 คน คิดเป็นร้อยละ 20
- ชรบ.หมู่บ้านละ 20 คน รวม 680 คน
- กลุ่มแม่บ้านเกษตร 26 กลุ่ม แยกเป็น ตำบลปลายพระยา จำนวน 10 กลุ่ม
ตำบลคีรีวง จำนวน 6 กลุ่ม ตำบลเขาเขน จำนวน 6 กลุ่ม ตำบลเขาต่อ จำนวน 4 กลุ่ม
- กลุ่มแม่บ้านมหาดไทย จำนวนสมาชิก 133 คน
- ลูกเสือชาวบ้าน (ลส.ชบ.) 11 รุ่น 858 คน
-ไทยอาสาป้องกันชาติ (ทส.ปช.) 2 รุ่น 80คน
- กองหนุนเพื่อความมั่นคงของชาติ (กนช.) 1 รุ่น 40 คน
- อาสาสมัครรักษาความสงบในหมู่บ้าน (สรบ.) 122 คน
                  6. ผลการจัดเก็บภาษีอากร
อำเภอปลายพระยา มีสภาพทางด้านกายภาพ และศักยภาพของประชาชน ที่มีความพร้อมที่จะรองรับการพัฒนาในทุกๆ ด้าน ขึ้นอยู่กับสภาพการดำเนินงานของส่วนราชการ และองค์กรเอกชนที่เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนา
ผลการจัดเก็บภาษีอากร
จัดเก็บได้ตั้งแต่ตุลาคม 2547 – กันยายน 2548 รวม 5,017,591.98 บาท ดังนี้
- ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 3,409,529.52 บาท
- ภาษีเงินได้นิติบุคคล 375,539.29 บาท
- ภาษีมูลค่าเพิ่ม 790,131.32 บาท
- ภาษีธุรกิจเฉพาะ 223,160.84 บาท
- อากรแสตมป์ 121,709.00 บาท
- ค่าปรับภาษีอากร 94,000.00 บาท
- รายได้เบ็ดเตล็ด - บาท
- และจากรายได้ส่วนท้องถิ่น 3,522.01 บาท
รวมผลการจัดเก็บภาษีทั้งสิ้น 5,017,591.98 บาท

             7. แนวทางการพัฒนาอำเภอปลายพระยา
อำเภอปลายพระยา เป็นพื้นที่เกษตรกรรมราษฎรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพการปลูกสวนปาล์ม สวนยางพารา และยังมีปัญหาด้านโครงสร้างพื้นฐาน และคุณภาพชีวิตของประชาชน จึงจำเป็นจะต้องพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้น ได้แก่
- การคมนาคม ต้องการให้อำเภอปลายพระยา มีถนนลาดยาง หรือถนนคอนกรีต ตัดผ่านหมู่บ้านทุกหมู่บ้าน เพื่อความสะดวกในการขนส่งผลผลิตออกสู่ตลาด
- การไฟฟ้า ต้องการให้ประชาชนอำเภอปลายพระยา มีไฟฟ้าใช้ทุกครัวเรือน
- การประปา ต้องการให้ประชาชนอำเภอปลายพระยา มีน้ำกินน้ำใช้ ที่สะอาดถูกสุขลักษณะ ตลอดทั้งปี โดยการขอขยายเขตประปาหมู่บ้าน และจัดหาแหล่งน้ำให้เพียงพอ
- ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ประชาชนอำเภอปลายพระยา จะต้องได้รับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน โดยการจัดตั้งชุดรักษาความสงบเรียบร้อยประจำหมู่บ้าน ทำหน้าที่ในการสอดส่องดูแลการรักษาความสงบเรียบร้อยในหมู่บ้าน
- การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว ได้แก่ การพัฒนาน้ำตกบางเท่าแม่ และแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์อื่นๆ เพื่อให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายของนักท่องเที่ยว


a